กลุ่มทรู ปลื้มด้วยจุดแข็งทางธุรกิจ ส่งผลให้ผลการดำเนินงานพลิกเป็นกำไรในไตรมาส 4 และทั้งปี 2557 

กลุ่มทรู ปลื้มด้วยจุดแข็งทางธุรกิจ การบริหารค่าใช้จ่าย และการปรับปรุงโครงสร้างการเงิน
ส่งผลให้ผลการดำเนินงานพลิกเป็นกำไรในไตรมาส 4 และทั้งปี 2557

กรุงเทพฯ 27 กุมภาพันธ์ 2558 – บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น รายงานผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นมากอย่างมีนัยสำคัญ โดยสามารถพลิกกลับมาเป็นกำไรจำนวน 1.4 พันล้านบาทในปี 2557 และ 1.9 พันล้านบาทในไตรมาส 4 ซึ่งเป็นไตรมาสแรกหลังความสำเร็จในการปรับปรุงโครงสร้างเงินทุนในเดือนกันยายน  

กลุ่มทรู มีรายได้จากการให้บริการโดยรวม จำนวน 67.5 พันล้านบาท และมีกำไรจากการดำเนินงาน ก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย หรือ EBITDA จำนวน 20.1 พันล้านบาท ในปี 2557 โดย การเติบโตที่แข็งแกร่งของ EBITDA ถึงมากกว่าร้อยละ 34 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้านี้ เป็นผลมาจากรายได้ที่เพิ่มขึ้น และค่าใช้จ่ายด้านการตลาดและการกำกับดูแลที่ลดลง รวมถึงกำไรจากการโอนเสาโทรคมนาคมใหม่มากกว่า 3,000 ต้น ให้กับกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคม ทรูโกรท (“TRUEIF”)

ทั้งนี้ ในไตรมาส 4 ปี 2557 กลุ่มทรู รายงานผลกำไรสุทธิ จำนวน 1.9 พันล้านบาท เมื่อเทียบกับผลขาดทุนจำนวน 0.5 พันล้านบาท ในช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า โดย เป็นผลจากดอกเบี้ยจ่ายสุทธิในไตรมาสที่ลดลงสูงถึงร้อยละ 71 ซึ่งเป็นไตรมาสแรกหลังความสำเร็จในการปรับปรุงโครงสร้างเงินทุนในเดือนกันยายน รวมถึงการรับรู้ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการตัดค่าเสื่อมสินทรัพย์ภายใต้สัญญาสัมปทานของทรูมูฟให้สั้นขึ้นได้สิ้นสุดลง  กลุ่มทรู เชื่อมั่นว่าจะสามารถสร้างผลกำไรได้อย่างต่อเนื่องในปี 2558 อันเป็นผลจากจุดแข็งทางธุรกิจที่ชัดเจนขึ้นและผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง

นายศุภชัย เจียรวนนท์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานคณะผู้บริหาร กล่าวว่า “ปี 2557 เป็นปีที่มีการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของกลุ่มทรู หลังจากประสบความสำเร็จในการจัดตั้งและเสนอขายหน่วยลงทุน TRUEIF รวมถึงการปรับโครงสร้างทางการเงิน การเป็นพันธมิตรทางธุรกิจกับไชน่า โมบายล์ การเพิ่มส่วนแบ่งตลาดรายได้ได้สูงอย่างชัดเจนของกลุ่มทรูโมบาย และการบริหารค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ สิ่งเหล่านี้ ร่วมกับการสร้างเสาโทรคมนาคมและการลงทุนใน TRUEIF ทำให้ผลประกอบการของกลุ่มทรูดีขึ้นมากอย่างมีนัยสำคัญในปีนี้  ซึ่งนับเป็นปีที่น่าจดจำและมีความหมายยิ่งสำหรับกลุ่มทรู

ในขณะที่ แคมเปญคอนเวอร์เจนซ์ของกลุ่มทรู ยังคงได้รับผลตอบรับที่ดีอย่างต่อเนื่อง  ทำให้กลุ่มทรูมีฐานลูกค้ารวมของทั้ง 3 ธุรกิจหลักเพิ่มขึ้นเป็น 28.2 ล้านราย ณ สิ้นปี 2557”

ด้วยความเป็นผู้นำเครือข่าย 3G อันดับ1 และ4G รายแรก และแพ็กเกจบริการหลากหลายที่น่าดึงดูดใจ อีกทั้งความสำเร็จในการขาย iPhone 6 และ iPhone 6 Plus ร่วมกับแพ็กเกจสุดพิเศษจากทรูมูฟ เอช ส่งผลให้รายได้จากบริการที่ไม่ใช่เสียงหรือนอนวอยซ์ในไตรมาส 4 ปี 2557 ของกลุ่มทรูโมบาย เติบโตสูงถึงเกือบร้อยละ 30 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนหน้า นอกจากนี้ ผลตอบรับที่ดีต่อแคมเปญการตลาดเฉพาะพื้นที่และมือถือ 3G ภายใต้แบรนด์ “ทรู” ช่วยขยายฐานลูกค้า 3G ครอบคลุมทั่วประเทศมากยิ่งขึ้น ทั้งยังเสริมความแข็งแกร่งให้กับตลาดบริการระบบเติมเงินของกลุ่มได้เป็นอย่างดี สิ่งเหล่านี้ ส่งผลให้รายได้จากการให้บริการของกลุ่มทรูโมบายเติบโตเหนืออุตสาหกรรมและเพิ่มส่วนแบ่งตลาดรายได้ได้อย่างแข็งแกร่ง โดยในไตรมาส 4 ปี 2557 ส่วนแบ่งตลาดรายได้จากการให้บริการของกลุ่มทรูโมบายเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 17.8  จากอัตราเฉลี่ยร้อยละ 15.9  ในปี 2556

ทรูออนไลน์ มุ่งมอบประสบการณ์อินเทอร์เน็ตความเร็วสูงที่ดีที่สุดให้ลูกค้า โดยยังคงขยายโครงข่ายบรอดแบนด์อย่างต่อเนื่องซึ่งมีความครอบคลุมแล้วกว่า 5 ล้านครัวเรือนทั่วประเทศ นอกจากนี้ แพ็กเกจบรอดแบนด์อินเทอร์เน็ตของทรูออนไลน์ด้วยความเร็วมาตรฐานที่สูงที่สุด ร่วมกับการนำเสนอแพ็กเกจคอนเวอร์เจนซ์ที่โดดเด่นและแตกต่าง ทั้งยังเพิ่มความคุ้มค่าให้กับลูกค้าได้อย่างชัดเจน  ช่วยผลักดันรายได้บริการบรอดแบนด์ให้เพิ่มสูงขึ้นมากกว่าร้อยละ 15 ในปี 2557 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า อีกทั้งยังเพิ่มฐานลูกค้าบรอดแบนด์อินเทอร์เน็ต เป็น 2.1 ล้านราย ณ สิ้นปี

ทรูวิชั่นส์ ยังคงรักษาความเป็นผู้นำตลาดเพย์ทีวี ในปี 2557 ด้วยความแข็งแกร่งด้านคอนเทนต์คุณภาพที่ครบถ้วนและหลากหลายทั้งในและต่างประเทศ อีกทั้งยังสามารถเติบโตอย่างต่อเนื่องในตลาดแมสจากแคมเปญคอนเวอร์เจนซ์ ซึ่งช่วยให้เข้าถึงลูกค้ากลุ่มเป้าหมายได้เป็นอย่างดี ในขณะที่การปรับแพ็กเกจโฆษณาให้ตอบสนองความต้องการของผู้ซื้อโฆษณาได้ดียิ่งขึ้นและผลตอบรับที่ดีต่อช่องทีวีดิจิตอลของกลุ่ม ส่งผลให้รายได้โฆษณาของทรูวิชั่นส์เติบโตกว่าร้อยละ 40 ในปี 2557 โดย ทรูวิชั่นส์มีฐานลูกค้าเพิ่มขึ้นเป็น 2.5 ล้านราย ณ สิ้นปี 2557

นายศุภชัย
กล่าวว่า “กลุ่มทรู จะยังคงมุ่งเสริมความแข็งแกร่งด้วยยุทธศาสตร์คอนเวอร์เจนซ์ ความร่วมมือในหลากหลายด้านกับไชน่า โมบายล์ และเน้นการเพิ่มอัตรา productivity ของกลุ่ม เพื่อสร้างผลกำไรที่เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ กลุ่มทรู จะเดินหน้าเสริมคุณภาพ และความครอบคลุมของโครงข่าย โดยการขยายโครงข่าย 4G ให้ครอบคลุมร้อยละ 80 ของประชากรภายในเมษายนปีนี้ รวมถึงการขยายโครงข่ายบรอดแบนด์ให้ครอบคลุม 10 ล้านครัวเรือนทั่วประเทศ ภายในปีหน้า สิ่งเหล่านี้ ร่วมกับคอนเทนต์คุณภาพของทรูวิชั่นส์ และการเพิ่มคุณภาพการบริการลูกค้าในทุกธุรกิจของบริษัทฯ จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับความเป็นผู้นำคอนเวอร์เจนซ์ของกลุ่มทรูต่อไป”

นายนพปฎล เดชอุดม หัวหน้าคณะผู้บริหารกลุ่มด้านการเงิน กล่าวว่า “ปี 2557 นับเป็นปีที่พลิกโฉมฐานะทางการเงินและผลประกอบการของกลุ่มทรูได้อย่างชัดเจน อันเป็นผลจากความมุ่งมั่นในการบริหารค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ การปรับปรุงโครงสร้างทางการเงิน (Recapitalization) และการเติบโตอย่างแข็งแกร่งของรายได้และส่วนแบ่งตลาด ซึ่งทำให้กลุ่มทรู สามารถพลิกกลับมาเป็นองค์กรที่ประสบความสำเร็จและสร้างผลกำไรได้อย่างน่าภาคภูมิใจ ในขณะที่ อันดับเครดิตองค์กรของทรูปรับดีขึ้นมากและยังสามารถลดอัตราส่วนหนี้สินต่อ EBITDA สุทธิ เป็น 1.6 เท่า เมื่อเทียบกับ 4.6 เท่าในปีก่อนหน้า ทั้งนี้ ในปี 2558 บริษัทฯ เชื่อมั่นว่าจะสามารถรักษาวินัยทางการเงิน เพื่อเพิ่มผลกำไรให้กับกลุ่มทรูต่อไป”